บทความ

เอ็มไซม์กับผักผลไม้สด

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

การสร้างพลังงานจากสารอาหารในสิ่งมีชีวิต เรียกว่ากระบวนการเมตาบอลิซึม (metabolism) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเคมีในสิ่งมีชีวิตที่เปลี่ยนสารที่ร่างกายได้รับจากอาหาร โดยย่อยสารอาหารโมเลกุลใหญ่ให้เล็กลง ดูดซึมและเปลี่ยนเป็นพลังงานไปยังเซลล์ที่ต้องการ เพื่อการดำรงชีวิต ปฏิกิริยาเคมีนี้จะต้องมีเอนไซน์ (enzyme) เป็นตัวเร่ง เอนไซน์ในสิ่งมีชีวิตมีมากมายมากกว่าพันชนิด และมีความจำเพาะต่อแต่ละปฏิกริยา โดยเอ็นไซม์จะทำงานร่วมกับวิตามินและธาตุพบน้อยที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่เรียกว่า โคเอ็นไซม์ (coenzyme) นอกจากนี้เอ็นไซม์ยังทำหน้าที่ในการซ่อมแซม ควบคุม และกระตุ้นการทำงานของระบบต่างๆของร่างกายด้วย กล่าวได้ว่าทุกกลไกในสิ่งมีชีวิต(คน สัตว์และพืช) ล้วนต้องอาศัยการทำงานของเอนไซม์ทั้งสิ้น

ในภาวะปกติร่างกายของคน สามารถผลิตเอนไซม์ได้ เอ็นไซม์จะทำหน้าที่ย่อยสารอาหารโมเลกุลใหญ่ให้เล็กลง ดูดซึมผ่านทางเดินอาหารเข้าสู่กระแสโลหิต ไปยังเซลล์ที่ต้องการ ร่างกายจะใช้พลังงานจากสารอาหาร(ที่ย่อยแล้ว) ในการสร้างกล้ามเนื้อกระดูก ต่อมไร้ท่อและฮอร์โมน เส้นประสาทและระบบประสาท และการทำงานของอวัยวะต่างๆ ไปจนถึงการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย แต่เมื่อเจ็บป่วย หรือเกิดภาวะทุโภชนา หรือได้รับสารอาหารไม่เหมาะสม หรืออายุที่มากขึ้น หรือเกิดความเครียด จะมีผลให้การสร้างเอนไซม์ลดลง การย่อยคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีนไม่สมบูรณ์ ทำให้ร่างกายขาดสารให้พลังงานที่จำเป็น เกิดภาวะร่างกายอ่อนแอ อ่อนเพลีย นอกจากนี้ยังเกิดการหมักและเน่าเสียของอาหารในลำไส้ ทำให้ท้องผูก มีแก๊สในกระเพาะอาหาร ลมหายใจมีกลิ่น และมีความเสี่ยงต่อมะเร็งทางเดินอาหาร

เอ็นไซม์เป็นโปรตีนโมเลกุลใหญ่ ซึ่งจะถูกทำลายโดยความร้อน และจะทำงานช้าหรือหยุดการทำงานในสภาวะเย็นจัดถึงแช่แข็ง การแช่เย็นจึงเป็นการถนอมอาหาร และช่วยคงลักษณะภายนอกของอาหารได้นานขึ้น อาหาร (เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้) ปรุงสุกโดยผ่านความร้อน เอ็นไซม์ที่มีอยู่ในอาหารเหล่านี้จะถูกทำลายหมด โดยปกติอาหารสด จะยังมีเอ็นไซม์ที่ยังทำการย่อยสารโมเลกุลใหญ่ๆ (ในตัวมันเอง)ได้ เมื่อวางทิ้งไว้ในสภาวะปกติ จึงมีการเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอก สำหรับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ซึ่งเป็นโปรตีนโมเลกุลใหญ่ เอ็นไซม์ในเนื้อสัตว์นั้นจะทำงานได้ แต่จุลินทรีซึ่งก็มีเอ็นไซม์จะมาร่วมการย่อย/หมักและทำงานได้เร็วกว่า เกิดการเน่า/เสีย อาหารโปรตีนจึงเน่า/เสียง่าย ในผัก ผลไม้สดจะมีเอ็นไซม์ ที่ย่อยตัวเอง และยังคงจะได้สารอาหารที่มีประโยชน์ได้อีกระยะหนึ่ง(ช้าหรือเร็ว ขึ้นกับชนิดของผัก ผลไม้นั้น) ซึ่งจะเห็นได้จากการที่ผัก ผลไม้ ไม่เน่าเสียทันที่ที่หลุดจากต้น โดยผลไม้จะแก่/สุกขึ้น บางชนิดหวานขึ้น เพราะมีการย่อยสลายแป้งเป็นน้ำตาล และจะเน่า/เสียช้ากว่าเนื้อสัตว์ เอ็นไซม์จากผัก ผลไม้สดจึงมีประโยชน์กว่าในเนื้อสัตว์ และจะช่วยการย่อยอาหารในทางเดินอาหารของคนได้ นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้การกินอาหารเนื้อสัตว์มากๆ จะอึดและแน่นท้องมากกว่าการกินอาหารผัก ผลไม้สด

จึงควรกินผักและผลไม้สดเป็นประจำ หรือให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 มื้อ อาหารเคียงผักสด เป็นอาหารที่หาได้ง่าย เช่น ส้มตำ น้ำพริกผักสด สลัดผัก เมี่ยงคำ น้ำยาผักเคียง ส่วนผลไม้ก็หาง่าย ควรเป็นผลไม้ที่ไม่หวานจัด เนื่องจากน้ำตาลทำให้เซลล์ร่างกายอ่อนแอ นอกจากนี้การกินผัก ผลไม้สดจะได้รับเส้นใยไฟเบอร์ ซึ่งจะเป็นกากอาหารที่ช่วยเรื่องการขับถ่าย ทำให้มีสุขภาวะที่ดีและลดความเสี่ยงต่อการสัมผัสกับสารก่อมะเร็ง(ถ้ามีในอาหารตกค้าง)ในทางเดินอาหารเป็นเวลานานๆ

เราควรมีชีวิตอยู่แบบธรรมชาติมากที่สุด ปล่อยให้ร่างกายเป็นไปตามความเป็นจริง อย่ามีความสุขกับการปรุงแต่ง บิดเบือนด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เพราะนั่นจะสิ้นเปลืองและไม่ยั่งยืน

กิน ผัก ผลไม้สดทุกมื้อ เพื่อเพิ่มพลังงานให้ร่างกายกันเถอะ

ขอขอบคุณที่มาของบทความ
รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ. พิสมัย กุลกาญจนาธร
ภาควิชาเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

บริษัท อิมเมจทรี จำกัด

อาคารวอเตอร์ลีฟ  143/666 ถ.บรมราชชนนี
แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม. 10700

Tel: 02-884-9161 ต่อ 224 ,02 0092711
Mobile: 063 7850322
เวลาทำการ (จันทร์-ศุกร์ 9.00น.-16.00น.)
Fax: 02-884-6909
Email: contact@imagetree.co.th
Line ID: @imagetree

     

 

Add LINE QR Codes

© Image Tree Co., Ltd. 2018 | Designed by Megaweb.co.th. All Rights Reserved.

Search